ปรึกษาได้ครับ เพราะสิ่งที่ใช้ประเมินไม่ใช่เอกสารจากสถานพยาบาลเดิม แต่คือสภาพของเปลือกตาในวันที่มานั่งอยู่ตรงหน้า แผลเป็นที่เหลืออยู่ ปริมาณผิวหนังที่ยังมี แรงในการลืมตา และรูปทรงของเส้นที่เป็นอยู่ตอนนี้ ทั้งหมดนี้อ่านได้จากการตรวจ ไม่ต้องรออ่านจากกระดาษ ส่วนบันทึกเก่านั้นช่วยให้เล่าเรื่องสั้นลง แต่ไม่ใช่สิ่งที่เปลี่ยนข้อสรุป
ปรึกษาได้ครับ เพราะสิ่งที่ใช้ประเมินไม่ใช่เอกสารจากสถานพยาบาลเดิม แต่คือสภาพของเปลือกตาในวันที่มานั่งอยู่ตรงหน้า แผลเป็นที่เหลืออยู่ ปริมาณผิวหนังที่ยังมี แรงในการลืมตา และรูปทรงของเส้นที่เป็นอยู่ตอนนี้ ทั้งหมดนี้อ่านได้จากการตรวจ ไม่ต้องรออ่านจากกระดาษ ส่วนบันทึกเก่านั้นช่วยให้เล่าเรื่องสั้นลง แต่ไม่ใช่สิ่งที่เปลี่ยนข้อสรุป
สวัสดีครับ ที่นี่ HANI Plastic Surgery ในย่านคังนัม กรุงโซล มีคำถามหนึ่งที่คนไข้มักถามผ่านเข้ามาก่อนจะกล้าจองคิวปรึกษา นั่นคือเคยผ่าตัดตามาแล้ว แต่ไม่มีเอกสารอะไรจากที่เดิมเหลืออยู่เลย แบบนี้ยังปรึกษาได้ไหม บทความนี้ตอบคำถามนั้นและอธิบายว่าถ้าไม่มีเอกสาร แล้วสิ่งที่ถูกใช้แทนคืออะไร
ไม่มีบันทึกแล้วปรึกษาไม่ได้จริงหรือ?
ปรึกษาได้ครับ และเป็นสถานการณ์ที่พบบ่อยกว่าที่หลายคนคิด
คนไข้ที่ผ่าตัดมาเมื่อหลายปีก่อนมักไม่มีเอกสารเหลืออยู่ บางคนจำชื่อสถานพยาบาลเดิมไม่ได้แล้ว บางคนผ่าตัดในประเทศอื่นและติดต่อกลับไปขอไม่ได้ และบางคนไม่เคยได้รับเอกสารใด ๆ มาตั้งแต่แรก ทั้งสามกรณีนี้ไม่ได้ทำให้การปรึกษาหยุดลง
เหตุผลง่ายกว่าที่คิด คือสิ่งที่ต้องประเมินไม่ได้อยู่ในกระดาษ แต่อยู่บนเปลือกตา
ถ้าอย่างนั้น สิ่งที่ใช้ตัดสินคืออะไร?
คือสภาพของดวงตาในวันที่มาตรวจ
สิ่งที่ถูกดูมีอยู่ไม่กี่อย่าง อย่างแรกคือแผลเป็นที่เหลืออยู่ ทั้งตำแหน่งของมันและสภาพของมันในตอนนี้ อย่างที่สองคือปริมาณผิวหนังที่ยังเหลือใช้ได้และความยืดหยุ่นของผิวหนังนั้น อย่างที่สามคือแรงในการลืมตา และอย่างที่สี่คือรูปทรงของเส้นที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน
ทางคลินิกอธิบายว่าการจะบอกได้ว่าผ่าตัดแก้ไขทำได้หรือไม่นั้น ต้องพิจารณาหลายอย่างพร้อมกัน ทั้งผิวหนังส่วนที่เหลือ แผลเป็น และดีไซน์ที่ต้องการ จึงต้องผ่านการปรึกษาแบบเจอตัวจริงกับผู้อำนวยการ และจะแจ้งได้ในวันนั้นว่าสภาพปัจจุบันทำได้หรือทำไม่ได้
ทำไมสภาพปัจจุบันจึงบอกได้มากกว่าเอกสาร?
เพราะเอกสารบันทึกสิ่งที่ทำในวันนั้น ส่วนเปลือกตาบันทึกสิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากวันนั้น
ระหว่างวันผ่าตัดกับวันนี้มีเวลาคั่นอยู่ ในช่วงเวลานั้นแผลเป็นค่อย ๆ เปลี่ยนสภาพ ผิวหนังเปลี่ยนไปตามอายุ และเส้นที่ทำไว้อาจคลายตัวลงหรือยังอยู่ดี สิ่งเหล่านี้ไม่มีอยู่ในเอกสารฉบับใดเลย เพราะมันเกิดขึ้นหลังจากเอกสารถูกเขียนเสร็จไปแล้ว
และสิ่งที่ต้องใช้ตัดสินใจในวันนี้คือสภาพหลังจากนั้น ไม่ใช่สภาพในวันที่เขียนเอกสาร
ถ้ามีบันทึกอยู่ จะได้เปรียบตรงไหน?
ตรงที่บทสนทนาสั้นลง ไม่ใช่ตรงที่ข้อสรุปเปลี่ยน
เมื่อรู้ว่าผ่าตัดเมื่อไรและทำด้วยวิธีใด บางคำถามก็ไม่ต้องถามซ้ำ เวลาที่ประหยัดได้ตรงนั้นถูกย้ายไปใช้กับเรื่องที่สำคัญกว่า คือดีไซน์ที่ต้องการและขอบเขตที่เป็นไปได้
แต่ถ้าไม่มี ก็ไม่ได้แปลว่าต้องเดา เพราะข้อมูลชุดเดียวกันหลายอย่างอ่านได้จากการตรวจอยู่แล้ว เช่น สภาพของแผลเป็นบอกได้คร่าว ๆ ว่าผ่านมานานแค่ไหน ทางคลินิกอธิบายว่าแผลเป็นมักเห็นได้ชัดในช่วง 1 ถึง 3 เดือนแรก และค่อย ๆ ดีขึ้นจนไม่รบกวนสายตาเมื่อผ่านไป 6 เดือนถึง 1 ปี
ควรจำอะไรมาบอกบ้าง?
สี่อย่าง คือเมื่อไร กี่ครั้ง เป็นแบบเปิดหรือไม่เปิด และหลังจากนั้นมีอาการอะไร
ช่วงเวลาที่ผ่าตัดบอกเป็นปีก็พอ ไม่ต้องแม่นถึงวัน จำนวนครั้งช่วยให้เข้าใจว่าเปลือกตาผ่านอะไรมาบ้าง ส่วนข้อที่สามคือจำได้ไหมว่ามีการกรีดเปิดหรือไม่ ถ้าจำไม่ได้ก็ข้ามได้ เพราะแผลเป็นจะบอกเอง และข้อสุดท้ายคืออาการที่เคยเกิดหลังผ่าตัด เช่น แสบตา ตาแห้ง ความรู้สึกตึง หรือความรู้สึกเหมือนมีสิ่งแปลกปลอม
ข้อมูลสี่อย่างนี้เป็นเรื่องที่นึกออกเองได้โดยไม่ต้องเปิดเอกสาร และมีประโยชน์มากกว่าการพยายามนึกชื่อหัตถการให้ถูก
ถ้าจำชื่อหัตถการผิดล่ะ?
เกิดขึ้นบ่อย และไม่ได้ทำให้การประเมินผิดไปด้วย
ทางคลินิกระบุว่าการยึดตามธรรมชาติ การฝังไหม การทำตาสองชั้นแบบไม่กรีด (เย็บฝัง) และการหนีบ ทั้งหมดนี้หมายถึงหัตถการเดียวกัน ต่างกันแค่ชื่อที่แต่ละแห่งเลือกใช้เรียก คนไข้ที่จำชื่อมาได้จึงอาจกำลังพูดถึงสิ่งเดียวกับที่อีกคนเรียกด้วยอีกชื่อหนึ่ง
นี่เป็นอีกเหตุผลที่การประเมินไม่ได้เริ่มจากชื่อ แต่เริ่มจากสิ่งที่เห็นและคลำได้บนเปลือกตา ชื่อเป็นข้อมูลประกอบ ไม่ใช่ข้อมูลตั้งต้น
| ข้อมูล | ถ้ามีเอกสารจะรู้ได้ทันที | ถ้าไม่มี ยืนยันได้อย่างไร |
|---|---|---|
| ผ่าตัดมานานแค่ไหน | ระบุเป็นวันที่ | สภาพของแผลเป็นในปัจจุบันบอกได้คร่าว ๆ |
| มีการกรีดเปิดหรือไม่ | ระบุไว้ในชื่อหัตถการ | ตำแหน่งและลักษณะของแผลเป็นบนเปลือกตา |
| ผิวหนังถูกจัดการไปเท่าไร | อาจไม่ได้ระบุไว้ชัด | วัดปริมาณผิวหนังที่เหลืออยู่จริงในวันตรวจ |
| สภาพหลังผ่าตัดจนถึงวันนี้ | ไม่ปรากฏในเอกสาร | ตรวจดวงตาปัจจุบันและฟังอาการที่เจ้าตัวเล่า |
ส่งข้อความถามก่อนแล้วได้คำตอบเลยไหม?
ได้คำอธิบายภาพรวม แต่ไม่ได้ข้อสรุปเฉพาะราย
สิ่งที่ต้องอ่านให้ออกมีสองอย่างที่ข้อความส่งถึงกันไม่ได้ อย่างแรกคือสภาพของแผลเป็นว่าอยู่ตัวแล้วหรือยัง อย่างที่สองคือความยืดหยุ่นและปริมาณผิวหนังที่เหลืออยู่ ทั้งสองอย่างต้องดูและสัมผัสจริงจึงประเมินได้
ด้วยเหตุนี้คำตอบว่าทำได้หรือทำไม่ได้จึงถูกแจ้งในห้องตรวจ ไม่ใช่ก่อนหน้านั้น การรู้ข้อนี้ล่วงหน้าช่วยให้ไม่ต้องเสียเวลารอคำตอบที่ยังไม่มีทางเกิดขึ้นได้
มีกรณีที่แนะนำให้รอไปก่อนไหม?
มีครับ กรณีที่แผลเป็นเดิมยังไม่เข้าที่
ทางคลินิกระบุว่าหากแผลเป็นยังอยู่ในช่วงที่ยังไม่หายดี ซึ่งหมายถึงช่วงก่อนผ่านไป 6 เดือน จะเป็นกรณีหนึ่งที่ไม่แนะนำให้ทำทันทีหรือเลื่อนออกไปก่อน แต่การเลื่อนแผนกับการเลื่อนการตรวจเป็นคนละเรื่อง การมาตรวจเพื่อรู้ว่าตอนนี้อยู่ตรงไหนของเส้นเวลา ทำได้ตั้งแต่วันนี้
คำถามที่คนไข้ถามบ่อย
Q1) จำไม่ได้ว่าเคยผ่าตัดที่ไหน ยังปรึกษาได้ไหม?
A1) ได้ครับ ชื่อสถานพยาบาลเดิมไม่ใช่ข้อมูลที่ใช้ประเมิน สิ่งที่ใช้คือสภาพเปลือกตาในวันที่มาตรวจ
Q2) เข้าใจชื่อหัตถการมาผิดจะมีปัญหาไหม?
A2) ไม่มีปัญหาครับ หัตถการเดียวกันถูกเรียกด้วยหลายชื่อในแต่ละสถานพยาบาลอยู่แล้ว การประเมินเริ่มจากสิ่งที่ตรวจพบ ไม่ใช่จากชื่อ
Q3) ผ่าตัดมาจากต่างประเทศและขอเอกสารไม่ได้เลย
A3) ยังปรึกษาได้ตามปกติ ข้อมูลที่ต้องใช้ส่วนใหญ่อ่านได้จากการตรวจ ส่วนที่เหลือใช้สิ่งที่เจ้าตัวจำได้เป็นข้อมูลประกอบ
Q4) ส่งรูปไปให้ดูก่อนแล้วบอกได้ไหมว่าทำได้หรือไม่?
A4) รูปช่วยให้เข้าใจสิ่งที่ต้องการได้ แต่สภาพของแผลเป็นและความยืดหยุ่นของผิวหนังไม่ปรากฏในรูป ข้อสรุปจึงแจ้งหลังการตรวจ
Q5) วันที่มาปรึกษาจะรู้เลยไหมว่าผ่าตัดแก้ไขได้หรือไม่?
A5) ทางคลินิกจะแจ้งในวันนั้นว่าสภาพปัจจุบันทำได้หรือทำไม่ได้ โดยประเมินจากผิวหนังที่เหลือ แผลเป็น และดีไซน์ที่ต้องการพร้อมกัน
Q6) เพิ่งผ่าตัดมาไม่นาน มาตรวจตอนนี้เร็วเกินไปไหม?
A6) การตรวจทำได้ตั้งแต่ตอนนี้ แต่หากแผลเป็นยังไม่หายดีซึ่งหมายถึงช่วงก่อน 6 เดือน อาจเป็นกรณีที่แนะนำให้รอไปก่อน
สิ่งที่อยากให้ติดกลับไปคือ เอกสารที่หายไปไม่ได้พาข้อมูลไปด้วยทั้งหมด ข้อมูลส่วนใหญ่ยังอยู่ที่เดิม คืออยู่บนเปลือกตาที่ติดตัวมาอยู่แล้ว สิ่งที่ต้องเตรียมจึงไม่ใช่แฟ้มเอกสาร แต่เป็นความทรงจำสี่ข้อและเวลาสำหรับการตรวจสักครั้ง
ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล อาจเกิดผลข้างเคียง เช่น เลือดออก การติดเชื้อ อาการบวม ความไม่สมมาตร และแผลเป็น กรุณาปรึกษาศัลยแพทย์ตกแต่งอย่างละเอียดก่อนตัดสินใจ