คำแนะนำของคลินิกไม่ได้บอกให้หยุดทุกอย่าง สิ่งที่ขอให้หยุดคืออาหารเสริมและยาสมุนไพร อย่างน้อย 7 วันก่อนผ่าตัด ส่วนยาแก้หวัดนั้นกินแล้วยังผ่าตัดได้ และยาประจำตัวอย่างยาความดันโลหิตกับยาเบาหวานไม่ได้อยู่ในรายการที่ให้หยุดเลย แต่เป็นเรื่องของการจัดเวลากินให้เข้ากับช่วงงดอาหารของวันผ่าตัด สามกลุ่มนี้จึงมีคำตอบคนละแบบ และการเหมารวมว่าหยุดให้หมดไว้ก่อนดีกว่า ไม่ใช่คำตอบที่ตรงกับคำแนะนำ
คำแนะนำของคลินิกไม่ได้บอกให้หยุดทุกอย่าง สิ่งที่ขอให้หยุดคืออาหารเสริมและยาสมุนไพร อย่างน้อย 7 วันก่อนผ่าตัด ส่วนยาแก้หวัดนั้นกินแล้วยังผ่าตัดได้ และยาประจำตัวอย่างยาความดันโลหิตกับยาเบาหวานไม่ได้อยู่ในรายการที่ให้หยุดเลย แต่เป็นเรื่องของการจัดเวลากินให้เข้ากับช่วงงดอาหารของวันผ่าตัด สามกลุ่มนี้จึงมีคำตอบคนละแบบ และการเหมารวมว่าหยุดให้หมดไว้ก่อนดีกว่า ไม่ใช่คำตอบที่ตรงกับคำแนะนำ
สวัสดีครับ ที่นี่ HANI Plastic Surgery คลินิกศัลยกรรมตกแต่งย่านคังนัม กรุงโซล ในสัปดาห์สุดท้ายก่อนวันนัด มีคำถามหนึ่งที่ถูกพิมพ์เข้ามาซ้ำกว่าคำถามอื่นทั้งหมด และมักมาพร้อมรูปถ่ายของกล่องยาที่วางเรียงกันอยู่บนโต๊ะที่บ้าน คำถามนั้นคือ ของที่กินอยู่ทุกวันนี้ ต้องหยุดให้หมดเลยไหม
รายการที่ขอให้หยุดคืออะไรบ้าง?
อาหารเสริมและยาสมุนไพร อย่างน้อย 7 วันก่อนวันผ่าตัด
ประโยคนี้สั้น แต่คำว่าอาหารเสริมในหัวของแต่ละคนกว้างแคบไม่เท่ากัน บางคนนึกถึงเฉพาะแคปซูลที่ซื้อจากร้านขายยา บางคนไม่นับวิตามินเม็ดที่กินมาหลายปีจนกลายเป็นส่วนหนึ่งของมื้อเช้า และหลายคนไม่นับของที่อยู่ในรูปแบบน้ำ เช่น เครื่องดื่มบำรุงกำลังหรือยาต้มที่แบ่งใส่ซองไว้
ยาสมุนไพรก็เช่นกัน ในชีวิตประจำวันของคนไทยจำนวนไม่น้อย ของกลุ่มนี้ไม่ได้ถูกจัดว่าเป็นยา แต่ถูกจัดว่าเป็นของบำรุงที่กินต่อเนื่องมาเป็นปี จึงไม่เข้ามาอยู่ในความคิดเวลาถูกถามว่ากินยาอะไรอยู่บ้าง
ทำไมตัวเลขจึงเป็นอย่างน้อย 7 วัน ไม่ใช่ 7 วันพอดี?
เพราะเป็นเส้นต่ำสุด ไม่ใช่วันนัด
คำว่าอย่างน้อยเปลี่ยนความหมายของตัวเลขไปทั้งหมด ถ้าเป็นวันนัด คุณจะต้องทำให้ตรงวัน แต่เมื่อเป็นเส้นต่ำสุด การหยุดเร็วกว่านั้นไม่ได้ขัดกับคำแนะนำเลย ส่วนการหยุดช้ากว่านั้นต่างหากที่กำลังเข้าใกล้เส้นที่คลินิกขอไว้
คนไข้จำนวนหนึ่งอ่านตัวเลขนี้แล้วรอจนถึงวันที่เจ็ดพอดีจึงหยุด ซึ่งเป็นการอ่านที่กลับด้าน เพราะเส้นต่ำสุดมีไว้ให้เผื่อ ไม่ได้มีไว้ให้จ่อ
นับถอยหลังเจ็ดวันแล้ว วันนั้นตกอยู่ตรงไหนในปฏิทินของคนที่บินมา?
ส่วนใหญ่ตกอยู่ก่อนวันขึ้นเครื่อง
คนไข้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศมักมาถึงโซลก่อนวันผ่าตัดไม่กี่วัน เมื่อลบเจ็ดออกจากวันผ่าตัด วันที่ได้จึงมักเป็นวันที่ยังนั่งอยู่ที่บ้านตัวเอง ยังไม่ได้จัดกระเป๋า และยังไม่ได้คิดถึงเรื่องนี้เลยด้วยซ้ำ
นี่คือจุดที่รายการเตรียมตัวข้อนี้ต่างจากข้ออื่น เพราะข้ออื่นทำได้ที่โซล แต่ข้อนี้ต้องทำที่บ้าน ของที่ต้องหยุดคือของที่วางอยู่บนโต๊ะข้างเตียงของคุณ ไม่ใช่ของที่จะซื้อระหว่างทริป
เป็นหวัดและกินยาแก้หวัดอยู่ ต้องเลื่อนวันผ่าตัดไหม?
กินยาแก้หวัดแล้วยังผ่าตัดได้ครับ
คำถามนี้แทบไม่เคยมาเดี่ยว ๆ มันมาพร้อมความกังวลอีกชั้นหนึ่งที่ไม่ได้พิมพ์ออกมา คือตั๋วเครื่องบิน ที่พัก และวันลาที่จองไว้แล้วทั้งหมด คนที่เริ่มไอในวันก่อนบินจึงมักเงียบไว้ เพราะกลัวว่าการบอกออกไปจะทำให้ทุกอย่างพัง
คำแนะนำในข้อนี้ตรงไปตรงมา คือกินยาแก้หวัดแล้วยังผ่าตัดได้ สิ่งที่ยังต้องทำจึงไม่ใช่การปิด แต่คือการบอกว่ากำลังกินอะไรอยู่ การประเมินสภาพร่างกายในวันนั้นเป็นงานของห้องตรวจ ไม่ใช่งานของคนไข้ที่กำลังนั่งกังวลอยู่ที่ที่พัก
ยาความดันโลหิตและยาเบาหวานต้องหยุดด้วยไหม?
ไม่ได้อยู่ในรายการที่ให้หยุด สิ่งที่ต้องจัดคือเวลากิน
คำแนะนำของคลินิกในข้อนี้คือให้กินยาไว้ล่วงหน้าให้เข้ากับช่วงงดอาหารของวันผ่าตัด แล้วจึงเดินทางมา อ่านให้ดีจะเห็นว่าโจทย์ของยากลุ่มนี้ไม่ใช่หยุดหรือไม่หยุด แต่เป็นกินตอนไหน
ความต่างนี้สำคัญ เพราะคนที่อ่านคำแนะนำเรื่องอาหารเสริมมาก่อนแล้วมักลากตรรกะเดิมมาใช้กับยาประจำตัวโดยอัตโนมัติ แล้วสรุปเองว่าคงต้องหยุดเหมือนกัน การตัดสินใจหยุดยาประจำตัวด้วยตัวเองไม่ได้อยู่ในคำแนะนำนี้เลยแม้แต่บรรทัดเดียว
ส่วนเวลาที่แน่นอนว่าควรกินตอนกี่โมงนั้น ผูกอยู่กับเวลานัดผ่าตัดของแต่ละคน จึงเป็นตัวเลขที่ต้องถามให้ได้ในวันปรึกษา ไม่ใช่ตัวเลขที่คำนวณเอาเองจากบทความ
จะทำรายการของที่กินอยู่อย่างไรให้ใช้ได้จริงในห้องตรวจ?
ถ่ายรูปฉลากไว้ ดีกว่าพยายามจำชื่อ
ชื่อทางการค้าของอาหารเสริมในแต่ละประเทศไม่เหมือนกัน และการแปลชื่อจากความทรงจำมักคลาดเคลื่อนมากกว่าที่เจ้าตัวคิด สิ่งที่ใช้ได้จริงคือรูปถ่ายฉลากด้านหลังที่มีรายการส่วนประกอบอยู่ ถ่ายไว้ในโทรศัพท์ตั้งแต่ตอนที่ของยังอยู่ในมือ
รายการนี้ควรรวมของที่ไม่ได้อยู่ในรูปแบบเม็ดด้วย ทั้งยาต้มที่แบ่งเป็นซอง ผงชงที่ตักจากกระปุก และเครื่องดื่มบำรุงที่ดื่มเป็นประจำ ของเหล่านี้ตกหล่นจากรายการบ่อยที่สุด เพราะไม่มีใครนึกถึงมันในตอนที่ถูกถามว่ากินยาอะไรอยู่
| กลุ่มของที่กินอยู่ | คำแนะนำของคลินิก | สิ่งที่ต้องทำก่อนวันนัด |
|---|---|---|
| อาหารเสริม วิตามิน ยาสมุนไพร | หยุดอย่างน้อย 7 วันก่อนผ่าตัด | นับถอยหลังจากวันผ่าตัด แล้วหยุดตั้งแต่ยังอยู่ที่บ้าน |
| ยาแก้หวัด | กินแล้วยังผ่าตัดได้ | แจ้งว่ากำลังกินอะไรอยู่ในวันปรึกษา |
| ยาความดันโลหิต ยาเบาหวาน | ไม่ได้อยู่ในรายการที่ให้หยุด ให้กินล่วงหน้าให้เข้ากับช่วงงดอาหารของวันผ่าตัด | ถามเวลาที่ชัดเจนหลังรู้เวลานัดผ่าตัดของตัวเอง |
ถ้าเผลอกินไปแล้วในช่วงเจ็ดวันนั้น?
แจ้งคลินิกตามจริง แทนการเงียบไว้แล้วเดาผลเอาเอง
การที่คลินิกวางเส้นไว้ที่เจ็ดวันไม่ได้แปลว่าเส้นนั้นข้ามไม่ได้เลยแม้แต่วันเดียว แต่ก็ไม่ได้แปลว่าข้ามได้โดยไม่ต้องบอกใครเช่นกัน การประเมินสิ่งที่ตามมาเป็นงานของห้องตรวจ และห้องตรวจจะประเมินได้ก็ต่อเมื่อมีข้อมูล
ข้อมูลที่ใช้ได้จริงมีสามอย่าง คือกินอะไร กินเมื่อไหร่ และกินมากน้อยแค่ไหน สามอย่างนี้ตอบได้ในไม่กี่วินาทีถ้าจดไว้ และตอบไม่ได้เลยถ้าปล่อยให้ผ่านไปหลายวันจนจำไม่ได้
คำถามที่คนไข้ถามบ่อย
Q1) อาหารเสริมต้องหยุดกี่วันก่อนผ่าตัด?
A1) อย่างน้อย 7 วันก่อนวันผ่าตัดครับ ยาสมุนไพรอยู่ในกลุ่มเดียวกันและใช้เส้นเดียวกันนี้
Q2) วิตามินธรรมดาที่กินมาหลายปีก็นับด้วยไหม?
A2) คำแนะนำใช้คำว่าอาหารเสริมและยาสมุนไพร ซึ่งกว้างกว่าที่หลายคนตีความ จึงแนะนำให้เขียนรายการทั้งหมดออกมาก่อน แล้วให้ห้องตรวจเป็นผู้แยก แทนการตัดสินเองทีละอย่าง
Q3) กำลังเป็นหวัดและกินยาอยู่ ต้องยกเลิกการผ่าตัดไหม?
A3) กินยาแก้หวัดแล้วยังผ่าตัดได้ครับ สิ่งที่ควรทำคือแจ้งสิ่งที่กำลังกินอยู่ในวันปรึกษา ส่วนการประเมินสภาพร่างกายของวันนั้นเป็นงานของห้องตรวจ
Q4) ยาความดันโลหิตต้องหยุดไหม?
A4) ไม่ได้อยู่ในรายการที่ให้หยุดครับ คำแนะนำคือให้กินไว้ล่วงหน้าให้เข้ากับช่วงงดอาหารของวันผ่าตัด แล้วจึงเดินทางมา เวลาที่แน่นอนขึ้นอยู่กับเวลานัดของแต่ละคน
Q5) หยุดก่อนเจ็ดวันมากกว่านั้นได้ไหม?
A5) ได้ครับ ตัวเลขนี้เป็นเส้นต่ำสุด การหยุดเร็วกว่านั้นไม่ขัดกับคำแนะนำ
Q6) ยังจองวันผ่าตัดไม่ได้ ควรหยุดตั้งแต่ตอนนี้เลยไหม?
A6) การหยุดเร็วกว่ากำหนดไม่ขัดกับคำแนะนำ แต่ถ้ายังไม่มีวันที่แน่นอน สิ่งที่ทำได้ทันทีคือทำรายการของที่กินอยู่ให้ครบไว้ก่อน แล้วค่อยกำหนดวันหยุดเมื่อวันผ่าตัดถูกจองแล้ว
สิ่งที่พลาดกันบ่อยในสัปดาห์สุดท้ายไม่ใช่การลืมหยุดของสักอย่าง แต่คือการตอบคำถามสามข้อที่ต่างกันด้วยกฎข้อเดียว ของที่ต้องหยุดมีเส้นเวลาของมัน ของที่กินต่อได้มีเงื่อนไขของมัน และของที่ต้องเลื่อนเวลากินมีตัวเลขที่ผูกกับเวลานัดของคุณโดยเฉพาะ แยกสามอย่างนี้ออกจากกันได้เมื่อไหร่ รายการเตรียมตัวก็จะสั้นลงกว่าที่กลัวไว้มาก
ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล อาจเกิดผลข้างเคียง เช่น เลือดออก การติดเชื้อ อาการบวม ความไม่สมมาตร และแผลเป็น กรุณาปรึกษาศัลยแพทย์ตกแต่งอย่างละเอียดก่อนตัดสินใจ