คำตอบที่สั้นที่สุดคือ การเปิดมุมตาไม่ได้ทำให้ดวงตาโตขึ้นทั้งดวง แต่เป็นการขยายช่องเปิดของเปลือกตาออกไปในทิศทางใดทิศทางหนึ่งเท่านั้น ในเกาหลีแบ่งทิศทางนี้ออกเป็นสี่แบบ คือ เปิดหัวตา เปิดหางตา การขยายมุมตาด้านล่าง และการขยายมุมตาด้านบน แต่ละแบบแตะเนื้อเยื่อคนละจุดและมีเพดานของตัวเองคนละอย่าง สิ่งที่ต้องตัดสินใจจึงไม่ใช่ว่าจะทำกี่ทิศ แต่คือทิศไหนที่โครงสร้างเปลือกตาของคุณเปิดได้จริง
คำตอบที่สั้นที่สุดคือ การเปิดมุมตาไม่ได้ทำให้ดวงตาโตขึ้นทั้งดวง แต่เป็นการขยายช่องเปิดของเปลือกตาออกไปในทิศทางใดทิศทางหนึ่งเท่านั้น ในเกาหลีแบ่งทิศทางนี้ออกเป็นสี่แบบ คือ เปิดหัวตา เปิดหางตา การขยายมุมตาด้านล่าง และการขยายมุมตาด้านบน แต่ละแบบแตะเนื้อเยื่อคนละจุดและมีเพดานของตัวเองคนละอย่าง สิ่งที่ต้องตัดสินใจจึงไม่ใช่ว่าจะทำกี่ทิศ แต่คือทิศไหนที่โครงสร้างเปลือกตาของคุณเปิดได้จริง
สวัสดีครับ ที่นี่ HANI Plastic Surgery ย่านคังนัม กรุงโซล บทความชุดนี้เรียบเรียงตามแนวทางการตรวจของ นพ.ชเว จองฮุน ผู้อำนวยการ ซึ่งเป็นศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง ขอเปิดเรื่องด้วยคำที่คนไข้ชาวไทยพิมพ์เข้ามาถามบ่อยที่สุดคำหนึ่ง นั่นคือคำว่าเปิดมุมตา ว่าตกลงแล้วมันไปขยายส่วนไหนของดวงตา
เปิดหัวตา ไปขยายอะไร?
ทิศนี้ตอบโจทย์คำบ่นชุดหนึ่งโดยเฉพาะ คือรู้สึกว่าตาสองข้างอยู่ห่างกัน หน้าดูกว้างกลางใบหน้า หรือแต่งอายไลเนอร์แล้วเส้นด้านในไม่มีที่ให้ลาก ถ้าสิ่งที่ไม่ชอบตรงกับสามข้อนี้ ทิศด้านในคือทิศที่ควรคุย
ในทางกลับกัน ถ้าคำบ่นคือตาดูเล็กในแนวสูงหรือดูง่วง ทิศนี้ไม่ตอบ เพราะสิ่งที่กำหนดสองอย่างนั้นคือแรงในการลืมตา ไม่ใช่ความยาวของช่องตา การเริ่มต้นจากคำบ่นแทนที่จะเริ่มจากชื่อหัตถการ ช่วยตัดทิศที่ไม่เกี่ยวออกไปได้ตั้งแต่ต้น
รายละเอียดของกลไก ขอบเขต และตำแหน่งแผลของทิศด้านในนี้ เขียนแยกไว้อีกบทความหนึ่งโดยเฉพาะ ที่นี่ขอวางไว้แค่ระดับแผนที่
เปิดหางตา ไปขยายอะไร?
คำบ่นที่ตรงกับทิศด้านนอกเป็นอีกชุดหนึ่ง คือรู้สึกว่าตาสั้น ตาดูจบเร็วเกินไปเมื่อมองจากด้านข้าง หรืออยากให้ช่วงหางตายาวขึ้นเวลาแต่งตา ทิศนี้จึงเดินออกไปทางขมับ ตรงข้ามกับทิศด้านใน
สิ่งที่ต้องเข้าใจในระดับแผนที่คือ ระยะที่เปิดได้ของแต่ละคนไม่เท่ากัน และไม่ได้ถูกกำหนดโดยความต้องการ ตัวเลขในหัวจึงมีประโยชน์น้อยกว่าการวัดในห้องตรวจเสมอ ส่วนเพดานที่แน่นอนของทิศนี้ระบุไว้ในตารางด้านล่าง และอธิบายเต็มในบทความเฉพาะของมัน
การขยายมุมตาด้านล่างต่างจากเปิดหางตาอย่างไร?
ทิศที่สามตอบคำบ่นเรื่ององศา ไม่ใช่เรื่องความยาว คนที่บอกว่าสายตาดูดุ ดูเชิดขึ้น หรืออยากได้ตาที่ดูกลมและอ่อนลง กำลังพูดถึงทิศนี้ การเทียบระหว่างทิศนี้กับทิศด้านนอกอย่างละเอียดมีเขียนไว้อีกบทความหนึ่ง
ในระดับแผนที่ ให้จำแค่ว่าทิศนี้กับทิศด้านนอกทำแยกกันได้ และเมื่อทำร่วมกันในการผ่าตัดครั้งเดียวจะกลายเป็นหัตถการซิกเนเจอร์ของที่นี่ ซึ่งมีเรื่องการยึดเนื้อเยื่อที่ต้องเล่ายาวจนต้องแยกเป็นบทความของตัวเอง
แล้วการขยายมุมตาด้านบนล่ะ?
ทิศทางที่สี่คือการขยายขอบเปลือกตาบนช่วงใกล้หางตา เป็นทิศที่พูดถึงน้อยที่สุดในหมู่คนไข้ เพราะใช้กับลักษณะเปลือกตาบางแบบเท่านั้น ไม่ใช่ทางเลือกมาตรฐานที่ทุกคนควรพิจารณา รายละเอียดว่าเปลือกตาแบบไหนได้ประโยชน์จากทิศนี้เป็นเรื่องที่ประเมินจากเปลือกตาจริงในวันปรึกษา มากกว่าจะสรุปเป็นกฎกลางลงในบทความ
แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าตัวเองควรเปิดทิศไหน?
| ทิศทาง | ขยายส่วนไหน | มักพิจารณาเมื่อ | เพดานที่ต้องรู้ก่อน |
|---|---|---|---|
| เปิดหัวตา | ความยาวแนวนอนด้านใน โดยเปิดหนังที่คลุมมุมหัวตา | หนังคลุมหัวตาหนา ช่องตาสั้น ระยะระหว่างตาดูกว้าง | แผลอยู่ในตำแหน่งที่มองเห็นได้ และไม่เอาหนังคลุมออกจนหมด |
| เปิดหางตา | ความยาวแนวนอนด้านนอก | ช่องตาสั้น มุมด้านนอกถูกจำกัด | ขยายได้เท่าที่เยื่อบุตายังไม่โผล่ให้เห็น |
| ขยายมุมตาด้านล่าง | พื้นที่สามเหลี่ยมตรงหางตา ในแนวเฉียงลง | อยากให้ช่องตาดูกลมขึ้น หรือมุมตาดูเชิดน้อยลง | เปลี่ยนองศาของหางตา จึงต้องตกลงระดับก่อนผ่าตัด |
| ขยายมุมตาด้านบน | ขอบเปลือกตาบนช่วงใกล้หางตา | ใช้กับลักษณะเปลือกตาบางแบบเท่านั้น | ประเมินจากเปลือกตาจริง ไม่มีกฎกลางที่ใช้กับทุกคนได้ |
ตามคำอธิบายของผู้อำนวยการ แนวทางของที่นี่คือไม่ขอให้คนไข้เลือกวิธีมาล่วงหน้า เพราะการดูเปลือกตาด้วยตาตัวเองก่อนแล้วจึงกำหนดวิธีคือลำดับที่ถูกต้อง คนไข้ที่มาพร้อมชื่อหัตถการในใจจึงไม่ได้เสียเปรียบอะไร เพียงแต่ชื่อนั้นอาจไม่ใช่คำตอบหลังจากตรวจแล้ว
หลังผ่าตัดต้องเผื่อเวลาอย่างไร?
เวลาผ่าตัดโดยรวมอยู่ที่ประมาณ 1 ชั่วโมงถึง 1 ชั่วโมง 30 นาที นับรวมการให้ยาระงับความรู้สึกและการทำความสะอาดแล้ว การตัดไหมอยู่ที่วันที่ 7 ถึง 10 หลังผ่าตัด อาการบวมก้อนใหญ่ใช้เวลา 1 ถึง 2 สัปดาห์ บวมที่เหลืออีก 3 ถึง 4 สัปดาห์ ส่วนการยุบสนิทจริง ๆ นับกันเป็น 6 ถึง 12 เดือน รอยช้ำอยู่ในช่วง 1 ถึง 2 สัปดาห์
เรื่องกิจวัตร การแต่งหน้าและการใส่คอนแทคเลนส์เริ่มได้หลังผ่าตัด 2 สัปดาห์ การออกกำลังกายหนัก การดื่มแอลกอฮอล์ และการสูบบุหรี่ เว้นไว้ 1 เดือน ส่วนการเดินเบา ๆ ทำได้ทันที การประคบเย็นทำในช่วง 3 ถึง 7 วันแรกแล้วจึงเปลี่ยนเป็นประคบอุ่น การล้างหน้าให้ระวังอย่างน้อย 1 สัปดาห์ อาบน้ำได้ตั้งแต่วันถัดไปโดยไม่ให้น้ำโดนแผล และควรให้ตำแหน่งแผลอยู่สูงกว่าระดับหัวใจในช่วงแรก
คำถามที่คนไข้ถามบ่อย
Q1) เปิดมุมตาแล้วดวงตาจะโตขึ้นทุกทิศทางเลยไหม?
A1) ไม่ใช่ครับ แต่ละทิศขยายได้เฉพาะทางของตัวเอง เปิดหัวตาและเปิดหางตาให้ความยาวแนวนอน ส่วนการขยายมุมตาด้านล่างให้พื้นที่ในแนวเฉียงลง ไม่มีทิศใดที่เพิ่มความสูงของช่องตาโดยตรง ถ้าประเด็นคือช่องตาเปิดไม่สุดในแนวสูง เรื่องที่ต้องดูจะเป็นแรงลืมตา ไม่ใช่การเปิดมุมตา
Q2) เปิดหัวตากับเปิดหางตา ทำพร้อมกันในครั้งเดียวได้ไหม?
A2) ทำได้หรือไม่ขึ้นอยู่กับสภาพเปลือกตาและแผลเดิมของแต่ละคน จึงเป็นข้อที่ประเมินในวันปรึกษา ไม่ใช่ข้อที่ตอบล่วงหน้าจากรูปถ่าย
Q3) แผลจากการเปิดมุมตาจะเห็นชัดหรือเปล่า?
A3) โดยเฉลี่ยหลังผ่านไป 6 ถึง 12 เดือน เวลาลืมตาจะแทบมองไม่เห็น แต่ตอนหลับตาอาจยังเหลือเป็นรอยคล้ายริ้วได้ ส่วนแผลที่ยังมีสีแดงมักจะดีขึ้นหลังผ่านไปประมาณ 3 ถึง 6 เดือน
Q4) ถ้าเปิดแล้วไม่ชอบ แก้กลับได้ไหม?
A4) มีหัตถการแก้ไขคืนสำหรับการเปิดหัวตาและการเปิดหางตา หลักการคือลดสัดส่วนที่เปิดไปแล้วลง ไม่ใช่การทำให้กลับไปเหมือนก่อนผ่าตัดทุกประการ และผลที่ทำได้ขึ้นกับสภาพเนื้อเยื่อที่เหลืออยู่
Q5) ต้องรอนานแค่ไหนถึงจะแต่งหน้าและใส่คอนแทคเลนส์ได้?
A5) ทั้งสองอย่างเริ่มได้หลังผ่าตัด 2 สัปดาห์ ส่วนการออกกำลังกายหนัก แอลกอฮอล์ และบุหรี่ เว้นไว้ 1 เดือน
Q6) มีอาการแบบไหนที่ต้องรีบกลับมาพบแพทย์?
A6) อาการร้อน ปวด หรือแดงที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เลือดที่ไม่หยุด มีหนองหรือมีไข้ และการมองเห็นที่ยังมัวต่อเนื่อง ทั้งหมดนี้ให้กลับมาตรวจทันที ไม่ต้องรอถึงวันนัด
สิ่งที่อยากให้ติดกลับไปจากบทความนี้มีอยู่ประโยคเดียว คือชื่อของหัตถการไม่ได้บอกว่าดวงตาจะเปลี่ยนไปทางไหน ทิศทางที่เปลือกตาของคุณเปิดได้จริงต่างหากที่บอก และเรื่องนั้นวัดกันได้ในห้องตรวจเท่านั้น
ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล อาจเกิดผลข้างเคียง เช่น เลือดออก การติดเชื้อ อาการบวม ความไม่สมมาตร และแผลเป็น กรุณาปรึกษาศัลยแพทย์ตกแต่งอย่างละเอียดก่อนตัดสินใจ